
มนุษย์บัญญัติเวทย์มนต์ไว้เจ็ดร้อยสามสิบสามบท
สูญหายไปตามกาลเวลาไปกว่าหกร้อยบท
ปัจจุบันเหลือเวทย์มนต์ให้เรียนรู้เพียงแปดสิบสองบทเท่านั้น
หากแม้แปดสิบสองบทนั้น จะเป็นเวทย์มนต์ที่ขาวสะอาดเหมือนลำธารใส
ก็ไม่ได้หมายความว่า เวทย์มนต์ที่สาปสูญกว่าร้อยบทนั้น จะเป็นเช่นเดียวกัน
ผู้บูชาความมืด มีความคิดต่างกับผู้เดินในทางสว่างฉันใด
เวทย์มนต์ของพวกเขาเหล่านั้น ย่อมต่างจากปกติฉันนั้น
คัมภีย์เวทย์ลับถูกเก็บกักไว้ในดินแดนแห่งความทุกข์ อันแสนไกล
กลับปรากฏขึ้นบนโลก มันบ่งบอกถึงลางร้ายอันยิ่งใหญ่
มีเน่เขียนเวทย์มนต์อันเลวร้ายได้โดยไม่เคยเรียนเวทย์มนต์สักบท จึงได้ฉายา
"ปราชญ์ไร้ภูมิ"
มีเน่เป็นอัจฉริยะผู้เสียสติ ในปูมบันทึก ถูกตัดสินให้ตายทั้งเป็นด้วยเวทย์มนต์ของตัวเอง
จวบจนวันที่ศพถูกโยนลงสู่ดินแดนแห่งความทุกข์
มีเน่ไม่เคยปล่อยมือออกจากฟอบิทเดนเลยสักครั้ง
........................................
ศาสตร์ต้องห้าม แห่งฟอบิทเดน
[Forbidden Magic Book]
หน้าสุดท้าย : ใช้พลังเวทย์ในการเปิด**
ราชันย์อมตะผู้ถูกจองจำในสุสานแห่งความมืด
บั่นกระดูกผู้ร่าย บรรณาการแก่มารร้าย
ก่อกำเนิดเป็นคุกที่แกร่งกว่าเหล็กไหล
ผู้ถูกจองจำ มิอาจได้ความเมตตาจากผู้ใด
.......
II. Cravenly Criminal
ไม่มีผู้ใดจะขลาดเขลาเท่านายกองอันเกรียงไกร
ผู้ลี้ภัยเพราะหวาดกลัว ใครๆก็ไม่อาจมองเห็นท่านได้
หากยอมเสียเกียรติ ยศศักดิ์ บารมี มอบแก่อวิชชานี้
.......
III. Touch of Midas
สัมผัสแห่งไมดาส ผู้ใดเอ่ยวาจา สละทรัพย์สินร่ายคาถาอันเลวร้าย
สาปส่งให้สัมผัสทั้งหลายกลายเป็นทองคำ แม้กระนั้นคำสาปมิอาจไร้ที่ไป
อาจเข้าสู่ผู้ร่าย ให้กลายเป็นทองเฉกเช่นผู้ถูกสาป
.......
IV. Labyrinth
วงกตใดๆไม่อาจสับสน และไร้หวังกว่าวงกตเวทย์
เพียงสละปัญญาเพื่อรังสรรค์มหาวงกต
ไร้ทางเข้า ไร้ทางออก ไร้ทางไป ไร้ทางกลับ
ไม่อาจหลบหนี ไม่อาจใช้เหตุผล เป็นนรกน่าหวาดหวั่น
.......
V. Thread of Faith
ด้ายแดงแห่งชะตากรรม ถูกย้อมด้วยโลหิตของคู่รัก
การบูชาความรักเป็นสิ่งล้ำค่า เพียงเสียสละคนรักเพื่อตนเอง
ผู้ต้องเวทย์จักอยู่ใต้บัญชาตราบเมื่อดวงใจแตกสลาย
.......
VI. Philosopher Eyes
ผู้มองเห็นไม่อาจมองเห็น ผู้มองไม่เห็นก็ไม่อาจเทียบเท่า
เห็นทุกกาล ทุกสถาน ทุกองค์ความรู้ ทุกปริศนา
จงบั่นตากายและตาใจถวายแด่มหาเวทย์
.......
VII. Silent Clarion
เพลงใดๆมิอาจเทียมบทเพลงของจอมมาร
ผู้ร่ายเวทย์เพียงละทิ้งอารมณ์ทุกสิ่ง
เข้าสู่ความอ้างว้างโดดเดี่ยว
ศัตรูผู้หมายตาจักสูญเสียเฉกเช่นเดียวกัน
.......
VIII. Demon Solicit
ผู้ละโมบ หาได้ต้องการสิ่งใดนอกจากอำนาจ
อำนาจมิอาจได้มาถ้าไร้สิ่งแลกเปลี่ยน
สูงค่ายิ่งนั้นคือวิญญาณท่าน หากยินยอมพร้อมใจ
เอ่ยวาจายามจันทร์กระจ่าง จักได้พลังอย่างสมใจ
.......
IX. Black Sins
ผู้เก็บซ่อนความพยาบาท เพื่อสุมกลายเป็นไฟ
เมื่อเราอยู่ในอณูของโลหิต หลั่งโลหิตทุกครั้งเมื่อร่ายคาถา
เราจะกลายเป็นมารแผดเผาทุกสิ่งให้ท่าน
.......
X.Taint Lord Of The Underworld
กษัตริย์ใต้พิภพผู้มัวหมอง
ผู้จับดาบต้องสาปเข่นฆ่าและเยื้องกายบนร่างปวงชน
คมดาบยุทธภัณฑ์องค์ราชาไม่เคยลบเลือน
เพียงแลกเปลี่ยนกับผู้ศรัทธาในตัวท่าน จะได้ดาบดั่งประสงค์
.......
XI.Avalon Shrine
เกาะอันเรืองนาม สถิตย์สุดท้ายของเหล่าอัศวิน
อุดมผลไม้รสโอชะ ผู้ใดลิ้มรสอวาลอนชีวิตจะเป็นนิรันดร์
เพียงละซึ่งแผ่นดินเกิด เพื่อย่างก้าวสู่แผ่นดินใหม่
.......
XII. Chessmaiden
เมื่อกายเก่าไม่ต้องการ กายใหม่ที่ไร้ใครสละให้
มีหนทางง่ายดายคือแย่งชิง ยอมทิ้งกายเนื้อของตนเอง
ย้ายสู่บ่าวจำยอมผู้ถูกตรึงร่าง
แม้กายมิใช่ท่าน แต่สติเป็นของท่านเพียงผู้เดียว
.......
XIII. Land of Impurity
สิบสามเวทย์ลับสุดท้าย ร้ายกาจเป็นหนึ่ง
ผู้ก้าวข้ามเขตแดนจงฟัง คาถานี้สละซึ่งเพื่อนพ้องและศัตรูคู่ชีพ
ทวยเทพมิอาจขวาง
ท่านจักได้พบพานจอมมาร ผู้รังสรรค์โลกสีเทาหม่น
***ส่วนนี้เขียนโดย "อัซรา คูวา มีเน่"
หรือ
"มีเน่ ปราชญ์ไร้ภูมิ" ผู้บัญญัติฟอบิทเดน***
"สิบสามบทนี้ ไม่มีที่มา ไม่มีที่ไป
ถูกจองจำในแดนดินต้องสาปนับศตวรรษ
บัดนี้เปิดเผยแก่ผู้ปลดผนึกคือท่าน
ขอเพียงจดจำไว้
ทำไปแล้วไม่อาจแก้ไข
จงยอมรับอย่างเต็มหัวใจ
ว่าท่านจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป"
.........................................